
แม้ในตอนนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ทั่วทั้งโลกเองก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้เช่นเดียวกัน ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือ ทั้งประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนกลับมีประชากรในวัยทำงานที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบจากจำนวน GPD โดยเฉลี่ย ส่วนหนึ่งเกิดจากการเติบโตในด้านการตลาดออนไลน์ นั่นจึงสามารถตีความได้ว่า การติดตาม Online Marketing Trend ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งเจ้าของธุรกิจและบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์สามารถผ่านพ้นปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้
เทรนด์การเติบโตของประชากรในประเทศไทย
เมื่อกล่าวถึง Digital Marketing Trends ในปี 2024 ต้องยอมรับเลยว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนกับพื้นที่การค้าไร้พรมแดน ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถเชื่อมต่อกับคนทั่วโลกได้ เพียงแค่กระดิกปลายนิ้วเท่านั้น แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจทุกรูปแบบในปัจจุบัน แม้จะเป็นธุรกิจที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ เข้ามาแข่งขันในตลาดออนไลน์ ส่งผลให้เราได้เห็นแบรนด์ดังหลาย ๆ แบรนด์ ได้ทำการ Rebranding ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
เทรนด์การตลาด 2024 มีแนวโน้มที่เติบโตไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากสถิติของผู้ใช้โซเชียลมีเดียในประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 49.10 ล้านคน เพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนกว่า 600,000 คน จากในช่วงปี 2023 ซึ่งตัวเลขนี้คือจำนวนของกลุ่มคนที่มีกำลังการซื้อ แน่นอนว่าด้วยจำนวนผู้ซื้อที่เพิ่มมากขึ้น นั่นหมายความว่าตลาดเปิดกว้างมากกว่าเดิม แม้การตลาดออนไลน์ จะเคยถูกประเมินค่าเอาไว้ต่ำจนเกินไป แต่จากข้อมูลทั้งหลายที่สามารถรวบรวมได้ ทำให้ในตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แล้ว การตลาดออนไลน์ในประเทศไทย เป็นได้ทั้ง ทางเลือก และ ทางรอด ของธุรกิจทุก ๆ รูปแบบในช่วงเวลานี้

การตลาดดิจิทัลในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
จะกล่าวว่าช่วงเวลานี้ เป็นยุคทองของ การตลาดดิจิทัลของประเทศไทยก็คงไม่เกินจริงสักเท่าไหร่ เพราะจากสถิติที่ได้วิเคราะห์ว่าในปี 2024 มีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยเพิ่มมากกว่าปี 2023 เป็นจำนวน 0.1% หรือราว ๆ 84,000 คน และพฤติกรรมของคนไทยที่ใช้เวลาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตถึงวันละเกือบ 8 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ ก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการตลาดออนไลน์ของไทยอยู่ในยุคที่เติบโตอย่างถึงที่สุด พร้อมกับแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปีถัด ๆ ไป
ซึ่งหนึ่งในเทรนด์การตลาดออนไลน์ช่วงปี 2023-2024 ที่น่าสนใจ ก็จะเป็นในส่วนของ AI ต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น แม้จะถูกต่อต้านในช่วงแรก ๆ เพราะกลัวว่า AI จะเข้ามาแย่งงานของมนุษย์ แต่เมื่อได้ทำความเข้าใจและได้ปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้เห็นได้ว่า AI ก็เป็นเพียงผู้ช่วยที่จะทำให้มนุษย์ทำงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของสายงานการตลาดก็สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้มากมาย เช่น ใช้สร้างเนื้อหา รวบรวมข้อมูล และประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เป็นต้น
เทรนด์โซเชียลมีเดียที่ส่งผลต่อการทำการตลาดดิจิทัล
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงเทรนด์ในด้านโซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบต่อการทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น เราจึงอยากจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบด้านการตลาดออนไลน์มากที่สุด เพื่อให้มองเห็นถึงภาพรวมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเราจะอ้างอิงสถิติต่าง ๆ จากเทรนด์โซเชียลมีเดียในช่วงปี 2023 มาจนถึงปี 2024 ซึ่งจะมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
Facebook เป็นแพลตฟอร์มแรก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์การขายออนไลน์ในประเทศไทย ส่งผลให้แม้จะผ่านระยะเวลาการเปิดให้บริการมาแล้วนับ 20 ปี ในตอนนี้ Facebook ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้บริการมากที่สุด ด้วยจำนวนผู้ใช้งานในปี 2024 ที่มากกว่า 49 ล้านคน ในด้านการใช้งานเพื่อการตลาดก็ถือว่ากำลังสดใส เพราะมีข้อมูลที่บ่งชี้ได้ว่า การเข้าถึงการโฆษณาผ่าน Facebook ของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นจากปี 2023 ถึง 1 ล้านครั้ง ซึ่งมีการเติบโตถึง 2.1% โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานแพลตฟอร์ม Facebook มากที่สุดในไทย จะเป็นผู้ที่มีอายุช่วง 18 ถึง 34 ปี ซึ่งคิดเป็น 60% ของผู้ใช้งานทั้งหมดเลยทีเดียว

Tiktok
TikTok is the third most popular social media platform among Thais in 2024 and has become very popular on this platform. Of course, this has led to TikTok being closely observed in Online Marketing Trends. With over 44.38 million users in Thailand aged 18 and over, the format offers short video clips that resonate with people's behavior today, resulting in a rapid increase in popularity. In addition to its high organic reach, TikTok also has an E-Commerce system that facilitates marketing efforts.


แม้จะมีช่วงเวลาที่ความนิยมของ Instagram ลดลง แต่ในปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 18.75 ล้านคนในประเทศไทย ในช่วงต้นปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 1.4 ล้านคน คิดเป็นการเติบโตถึง 8.1% สาเหตุอาจเกิดจากฟีเจอร์ใหม่อย่าง Reels ที่นำเสนอวิดีโอสั้นที่มีความคล้ายคลึงกับ Tiktok ซึ่งกำลังได้รับความนิยม จากแนวโน้มระบุว่าผู้ใช้งาน Instagram ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเนื่องจากเป็นเจ้าของโดย Meta ทำให้โฆษณาบน Instagram สามารถเข้าถึงผู้ใช้งาน Facebook ได้ด้วย
Youtube

คนไทยมีความชื่นชอบการดูคอนเทนต์แบบวิดีโอเป็นอย่างมาก ทำให้ Youtube เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้เวลามากกว่า 41 ชั่วโมงต่อเดือนโดยเฉลี่ย โดยผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 43 ล้านคนมักใช้ Youtube ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Google เท่านั้น สิ่งที่ Youtube โดดเด่นที่สุดคือเรื่องความยั่งยืน แม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานจะไม่ได้เพิ่มมากนัก แต่แพลตฟอร์มนี้ยังคงสร้างรายได้ที่มหาศาล ในปี 2024 มีข้อมูลแสดงว่า Youtube สร้างรายได้มากกว่า 31.5 พันล้านดอลลาร์
LINE

คนไทยมากกว่า 57% ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อการติดต่อสื่อสาร ซึ่งเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดในการใช้โซเชียลมีเดีย และ LINE เป็นแอปพลิเคชั่นที่เป็นที่นิยมในด้านนี้ พบว่ามีผู้ใช้งานใกล้เคียงกับ Facebook โดยพบว่าประชากรในไทยกว่า 90% ใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารเฉลี่ยวันละประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถใช้ความนิยมของ LINE เพื่อการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมักจะใช้บน LINE Official Account เพื่อสร้างการโฆษณาและการสื่อสารสำหรับการซื้อขาย

ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2023 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter เนื่องจากมันได้เปลี่ยนชื่อเป็น X หลังจากที่ถูก อีลอน มัสก์ ซื้อกิจการไป ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งในช่วงแรก ๆ แต่ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ความนิยมจึงกลับมาเหมือนเดิม Twitter เป็นอีกหนึ่งโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานอยู่มากในไทย มีจำนวนประมาณ 14 ล้านคน แม้ว่าตัวเลขในด้านการตลาดอาจจะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากในปี 2024 พบว่าจำนวนการเข้าถึงโฆษณาผ่าน Twitter ในประเทศไทยลดลงกว่า 1.5 ล้านราย ต่ำกว่าช่วงปี 2023 ถึง 9.4%
เทรนด์ Google ที่ส่งผลต่อการทำ SEO

ในทุก ๆ นาที มีการค้นหาใน Google มากถึง 5.9 ล้านครั้ง ผลการค้นหาอันดับต้น ๆ ที่ไม่ใช่โฆษณามีโอกาสถูกคลิกมากกว่า 22% นี่คือเหตุผลที่ไม่ว่าเทรนด์ Digital Marketing จะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ การทำ SEO (Search Engine Optimization) ยังคงเป็นเทคนิคที่สำคัญเสมอ เนื่องจากคนไทย 99% ยังคงเลือก Google เมื่อต้องการค้นหาสิ่งที่ต้องการ ซึ่งส่งผลให้การทำ SEO ยังคงเป็นเทคนิคการตลาดที่มีค่าตอบแทนที่สูง แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าเทคนิคอื่น ๆ ก็ตาม
สำหรับ SEO Trend ในช่วงปี 2023 ถึง 2024 จะเน้นไปที่การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและสดใหม่ พร้อมกับการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีคะแนน CWV (Core Web Vitals) ที่สูง ซึ่ง CWV ใช้สำหรับวัดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ กล่าวง่าย ๆ คือ เว็บไซต์จะต้องสมบูรณ์ ไหลลื่น ไม่ค้าง ปลอดภัย มีความเสถียรสูง และต้องรองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ส่วนการเลือก Keyword จะเห็นได้ชัดว่า Long Tail Keyword ที่มีประโยชน์ใน Local SEO อย่างเช่น ร้านอาหาร กรุงเทพ, คาเฟ่ ชลบุรี, ที่พัก เชียงใหม่ ฯลฯ มักจะถูกค้นหามากที่สุด

ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอในบทความนี้ มาจากเทรนด์การตลาดปี 2024 และข้อมูลในปี 2023 ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทรนด์การตลาดนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นักการตลาดที่ดีควรพัฒนาตนเองให้ตามเทรนด์ต่าง ๆ ให้ทัน
หากพูดถึงบริษัทที่รวบรวมนักการตลาดออนไลน์ผู้มีความสามารถไว้ในที่เดียว คงหนีไม่พ้น Asia Media Studio บริษัทการตลาดออนไลน์ชั้นนำในประเทศไทย เราคือเอเจนซี่การตลาดแบบครบวงจรที่ใช้เทคนิคการตลาดที่ทันสมัยอยู่เสมอด้วยประสบการณ์มากกว่าทศวรรษ ซึ่งบ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญด้านการตลาดได้อย่างดี เรามีบริการที่ครอบคลุมเกือบทุกส่วนของการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น SEO (Search Engine Optimization), Google Ads, Content Marketing และ Social Media Advertising รวมถึงการออกแบบเว็บไซต์ให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง สำหรับใครที่กำลังมองหาผู้ให้บริการด้านการตลาดแบบครบวงจร สามารถปรึกษาเราได้เลยวันนี้
References
https://www.popticles.com/insight/thailand-digital-and-social-media-stats-2024/
https://lexiconthai.com/wp-content/uploads/2023/04/White-Paper-Reports.pdf




